รับเหมาถมดิน

กรุงเทพฯ สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี มีนบุรี พระราม2

ราคาถูก

คู่มือความรู้เรื่องการ “ถมดิน” ฉบับสมบูรณ์

การ ถมดิน เป็นขั้นตอนแรกและขั้นตอนที่สำคัญที่สุดก่อนเริ่มต้นก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้าน อาคารพาณิชย์ หรือแม้แต่การทำเกษตรกรรม เพราะการเตรียมพื้นที่ดินให้ได้ระดับและความหนาแน่น จะช่วยป้องกันปัญหาระยะยาว เช่น บ้านทรุด น้ำท่วมขัง หรือโครงสร้างร้าว

บทความนี้ได้รวบรวมความรู้เกี่ยวกับการถมดินไว้อย่างครบถ้วน เพื่อให้เจ้าของที่ดินและผู้ที่กำลังจะสร้างบ้านใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจครับ

การเลือกประเภทดินให้เหมาะกับจุดประสงค์การใช้งานคือหัวใจสำคัญ เพราะดินแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและการยุบตัวที่แตกต่างกัน

ประเภทดินลักษณะเด่นและคุณสมบัติเหมาะสำหรับงานประเภทไหน?ข้อควรระวัง
1. ดินดาน/ดินซีแลคสีเหลืองซีด บดอัดได้แน่นมาก เมื่อแห้งจะแข็งจัด ยุบตัวน้อยถมดินสร้างบ้าน, สร้างอาคาร, พื้นที่ที่ต้องการรับน้ำหนักปลูกต้นไม้ไม่ค่อยขึ้น เพราะขาดแร่ธาตุและระบายน้ำยาก
2. ดินลูกรังดินปนหินกรวด หินสีน้ำตาลแดง บดอัดได้เยี่ยม แข็งแรงมากทำถนน, ลานจอดรถ, โกดังสินค้าไม่เหมาะกับการเพาะปลูกอย่างยิ่ง
3. ดินทรายดินที่มีส่วนผสมของทรายสูง น้ำซึมผ่านได้ง่าย ไม่อุ้มน้ำ บดอัดได้ง่ายและไวโครงการจัดสรร, พื้นที่ที่ต้องการความรวดเร็วในการก่อสร้างต้องทำกำแพงกันดินให้ดี ป้องกันดินไหลเวลาฝนตก
4. หน้าดินดินร่วน สีดำคล้ำ มีแร่ธาตุอาหารสูง ระบายน้ำและอากาศได้ดีจัดสวน, ทำแปลงเกษตร, ถมผิวหน้าชั้นบนสุดราคาค่อนข้างสูง และยุบตัวได้ง่ายกว่าดินชนิดอื่น

คำถามยอดฮิตที่คนค้นหามากที่สุดคือ “ถมดินสูงกี่เมตรดี?” การกำหนดความสูงไม่มีสูตรตายตัว แต่ควรพิจารณาจากสภาพแวดล้อมดังต่อไปนี้:

  • ระดับถนนหน้าบ้าน: โดยมาตรฐานแล้ว ควรถมดินให้สูงกว่าระดับถนนหน้าพื้นที่ประมาณ 50-80 เซนติเมตร เพื่อป้องกันน้ำท่วมเข้าบ้านเวลาฝนตกหนักหรือท่อระบายน้ำระบายไม่ทัน
  • ประวัติน้ำท่วมในพื้นที่: หากพื้นที่นั้นเคยมีประวัติน้ำท่วมสูง ควรเช็คระดับน้ำสูงสุดที่เคยท่วม แล้วบวกเพิ่มไปอีกอย่างน้อย 30-50 เซนติเมตร
  • ระดับที่ดินของเพื่อนบ้าน: ควรดูระดับความสูงของที่ดินข้างเคียงประกอบด้วย หากเราถมสูงกว่าเพื่อนบ้านมากเกินไป อาจต้องทำกำแพงกันดิน (Retaining Wall) เพื่อป้องกันดินสไลด์ไปทับที่ของคนอื่น

ก่อนเรียกผู้รับเหมาถมดิน เราสามารถคำนวณปริมาณดินและราคาคร่าวๆ ได้ด้วยตัวเอง โดยดินจะถูกซื้อขายกันในหน่วย “คิว” (Cubic Meter / ลูกบาศก์เมตร)

พื้นที่ (ตารางเมตร) X ความสูงที่ต้องการถม (เมตร) = ปริมาณดิน (คิว)
(หมายเหตุ: ที่ดิน 1 ตารางวา = 4 ตารางเมตร)

  • คุณมีที่ดิน 100 ตารางวา (เท่ากับ 400 ตารางเมตร)
  • ต้องการถมดินสูง 1 เมตร
  • คำนวณ: 400 ตร.ม. X 1 เมตร = ต้องใช้ดิน 400 คิว
  • (แนะนำ: ควรบวกเผื่อดินยุบตัวจากการบดอัดไปอีกประมาณ 20-30% เท่ากับควรสั่งดินราวๆ 480-520 คิว)
ปริมาณงานถมดินราคาประมาณการต่อคิว (บาท)ปัจจัยที่มีผลต่อราคา
รถบรรทุก 6 ล้อ (ประมาณ 3-5 คิว/คัน)150 – 300 บาท / คิวเหมาะกับซอยแคบ ถนนเล็ก
รถบรรทุก 10 ล้อ (ประมาณ 10-15 คิว/คัน)100 – 200 บาท / คิวคุ้มค่ากว่าหากถนนกว้างและถมเยอะ
ค่าบริการรถแบ็คโฮร (เกลี่ยและบดอัด)3,500 – 6,000 บาท / วันขึ้นอยู่กับขนาดของรถแบ็คโฮร
  1. เช็คกฎหมายการถมดิน (พ.ร.บ. การขุดดินและถมดิน): หากคุณต้องการถมดินที่มีพื้นที่เกิน 2,000 ตารางเมตร (1 ไร่ 1 งาน) ต้องแจ้งขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น (เทศบาล หรือ อบต.) ก่อนเสมอ
  2. ระยะเวลาทิ้งให้ดินเซ็ตตัว: หลังจากการถมดินและบดอัดแล้ว ควรปล่อยทิ้งไว้ให้ผ่านฤดูฝนอย่างน้อย 1 รอบ (ประมาณ 6-12 เดือน) เพื่อให้ดินยุบตัวและแน่นเต็มที่ ป้องกันปัญหาบ้านทรุดในอนาคต
  3. ระบบระบายน้ำ: การถมที่ดินอย่าลืมวางแผนเรื่องทิศทางการไหลของน้ำ และการทำรางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำขังหรือสร้างความเดือดร้อนให้เพื่อนบ้าน

การ ถมดิน เป็นงานโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องใส่ใจรายละเอียด ทั้งการเลือกประเภทดินให้ถูกกับงาน การคำนวณความสูงที่เหมาะสมเพื่อหนีน้ำท่วม และการเผื่อเวลาให้ดินเซ็ตตัว การมีความรู้พื้นฐานเหล่านี้จะช่วยให้คุณคุยกับผู้รับเหมาถมดินได้รู้เรื่อง ได้งานที่มีคุณภาพ และงบประมาณไม่บานปลายครับ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *