ถมสูงแค่ไหน และคำนวณอย่างไร?
การ ถมดิน เป็นขั้นตอนแรกและขั้นตอนที่สำคัญที่สุดก่อนเริ่มต้นก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้าน อาคารพาณิชย์ หรือแม้แต่การทำเกษตรกรรม เพราะการเตรียมพื้นที่ดินให้ได้ระดับและความหนาแน่น จะช่วยป้องกันปัญหาระยะยาว เช่น บ้านทรุด น้ำท่วมขัง หรือโครงสร้างร้าว
บทความนี้ได้รวบรวมความรู้เกี่ยวกับการถมดินไว้อย่างครบถ้วน เพื่อให้เจ้าของที่ดินและผู้ที่กำลังจะสร้างบ้านใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจครับ
1. ประเภทของดินที่นิยมใช้ “ถมดิน” มีอะไรบ้าง?
การเลือกประเภทดินให้เหมาะกับจุดประสงค์การใช้งานคือหัวใจสำคัญ เพราะดินแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและการยุบตัวที่แตกต่างกัน
ตารางเปรียบเทียบประเภทดินสำหรับการถมดิน
| ประเภทดิน | ลักษณะเด่นและคุณสมบัติ | เหมาะสำหรับงานประเภทไหน? | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| 1. ดินดาน/ดินซีแลค | สีเหลืองซีด บดอัดได้แน่นมาก เมื่อแห้งจะแข็งจัด ยุบตัวน้อย | ถมดินสร้างบ้าน, สร้างอาคาร, พื้นที่ที่ต้องการรับน้ำหนัก | ปลูกต้นไม้ไม่ค่อยขึ้น เพราะขาดแร่ธาตุและระบายน้ำยาก |
| 2. ดินลูกรัง | ดินปนหินกรวด หินสีน้ำตาลแดง บดอัดได้เยี่ยม แข็งแรงมาก | ทำถนน, ลานจอดรถ, โกดังสินค้า | ไม่เหมาะกับการเพาะปลูกอย่างยิ่ง |
| 3. ดินทราย | ดินที่มีส่วนผสมของทรายสูง น้ำซึมผ่านได้ง่าย ไม่อุ้มน้ำ บดอัดได้ง่ายและไว | โครงการจัดสรร, พื้นที่ที่ต้องการความรวดเร็วในการก่อสร้าง | ต้องทำกำแพงกันดินให้ดี ป้องกันดินไหลเวลาฝนตก |
| 4. หน้าดิน | ดินร่วน สีดำคล้ำ มีแร่ธาตุอาหารสูง ระบายน้ำและอากาศได้ดี | จัดสวน, ทำแปลงเกษตร, ถมผิวหน้าชั้นบนสุด | ราคาค่อนข้างสูง และยุบตัวได้ง่ายกว่าดินชนิดอื่น |
2. ถมดินสร้างบ้าน ควรถมสูงระดับไหน?
คำถามยอดฮิตที่คนค้นหามากที่สุดคือ “ถมดินสูงกี่เมตรดี?” การกำหนดความสูงไม่มีสูตรตายตัว แต่ควรพิจารณาจากสภาพแวดล้อมดังต่อไปนี้:
- ระดับถนนหน้าบ้าน: โดยมาตรฐานแล้ว ควรถมดินให้สูงกว่าระดับถนนหน้าพื้นที่ประมาณ 50-80 เซนติเมตร เพื่อป้องกันน้ำท่วมเข้าบ้านเวลาฝนตกหนักหรือท่อระบายน้ำระบายไม่ทัน
- ประวัติน้ำท่วมในพื้นที่: หากพื้นที่นั้นเคยมีประวัติน้ำท่วมสูง ควรเช็คระดับน้ำสูงสุดที่เคยท่วม แล้วบวกเพิ่มไปอีกอย่างน้อย 30-50 เซนติเมตร
- ระดับที่ดินของเพื่อนบ้าน: ควรดูระดับความสูงของที่ดินข้างเคียงประกอบด้วย หากเราถมสูงกว่าเพื่อนบ้านมากเกินไป อาจต้องทำกำแพงกันดิน (Retaining Wall) เพื่อป้องกันดินสไลด์ไปทับที่ของคนอื่น
3. วิธีคำนวณพื้นที่และประเมินราคา “ถมดิน” เบื้องต้น
ก่อนเรียกผู้รับเหมาถมดิน เราสามารถคำนวณปริมาณดินและราคาคร่าวๆ ได้ด้วยตัวเอง โดยดินจะถูกซื้อขายกันในหน่วย “คิว” (Cubic Meter / ลูกบาศก์เมตร)
สูตรการคำนวณปริมาณดิน:
พื้นที่ (ตารางเมตร) X ความสูงที่ต้องการถม (เมตร) = ปริมาณดิน (คิว)
(หมายเหตุ: ที่ดิน 1 ตารางวา = 4 ตารางเมตร)
ตัวอย่างการคำนวณ:
- คุณมีที่ดิน 100 ตารางวา (เท่ากับ 400 ตารางเมตร)
- ต้องการถมดินสูง 1 เมตร
- คำนวณ: 400 ตร.ม. X 1 เมตร = ต้องใช้ดิน 400 คิว
- (แนะนำ: ควรบวกเผื่อดินยุบตัวจากการบดอัดไปอีกประมาณ 20-30% เท่ากับควรสั่งดินราวๆ 480-520 คิว)
ตารางประมาณการราคาถมดิน (ราคาอาจแตกต่างกันตามพื้นที่และระยะทางขนส่ง)
| ปริมาณงานถมดิน | ราคาประมาณการต่อคิว (บาท) | ปัจจัยที่มีผลต่อราคา |
|---|---|---|
| รถบรรทุก 6 ล้อ (ประมาณ 3-5 คิว/คัน) | 150 – 300 บาท / คิว | เหมาะกับซอยแคบ ถนนเล็ก |
| รถบรรทุก 10 ล้อ (ประมาณ 10-15 คิว/คัน) | 100 – 200 บาท / คิว | คุ้มค่ากว่าหากถนนกว้างและถมเยอะ |
| ค่าบริการรถแบ็คโฮร (เกลี่ยและบดอัด) | 3,500 – 6,000 บาท / วัน | ขึ้นอยู่กับขนาดของรถแบ็คโฮร |
4. ข้อควรรู้และข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ “ถมดิน”
- เช็คกฎหมายการถมดิน (พ.ร.บ. การขุดดินและถมดิน): หากคุณต้องการถมดินที่มีพื้นที่เกิน 2,000 ตารางเมตร (1 ไร่ 1 งาน) ต้องแจ้งขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น (เทศบาล หรือ อบต.) ก่อนเสมอ
- ระยะเวลาทิ้งให้ดินเซ็ตตัว: หลังจากการถมดินและบดอัดแล้ว ควรปล่อยทิ้งไว้ให้ผ่านฤดูฝนอย่างน้อย 1 รอบ (ประมาณ 6-12 เดือน) เพื่อให้ดินยุบตัวและแน่นเต็มที่ ป้องกันปัญหาบ้านทรุดในอนาคต
- ระบบระบายน้ำ: การถมที่ดินอย่าลืมวางแผนเรื่องทิศทางการไหลของน้ำ และการทำรางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำขังหรือสร้างความเดือดร้อนให้เพื่อนบ้าน
สรุป
การ ถมดิน เป็นงานโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องใส่ใจรายละเอียด ทั้งการเลือกประเภทดินให้ถูกกับงาน การคำนวณความสูงที่เหมาะสมเพื่อหนีน้ำท่วม และการเผื่อเวลาให้ดินเซ็ตตัว การมีความรู้พื้นฐานเหล่านี้จะช่วยให้คุณคุยกับผู้รับเหมาถมดินได้รู้เรื่อง ได้งานที่มีคุณภาพ และงบประมาณไม่บานปลายครับ


ใส่ความเห็น